จิตวิทยาว่าด้วยเงิน กับ คิด เร็วและช้า ควรอ่านเล่มไหนก่อน
เทียบโดย นนท์ ธนกฤต
บรรณาธิการหมวดธุรกิจและการเงิน
อัปเดต
หน้านี้มีลิงก์ไปยังร้านค้าพันธมิตร thisbook อาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยไม่มีผลต่อราคาที่คุณจ่ายและไม่มีผลต่อคะแนนรีวิว — อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สรุปสั้น
อ่าน จิตวิทยาว่าด้วยเงิน ก่อนเสมอถ้าเป็นสองเล่มแรกของคุณในสายนี้ เพราะบทสั้น ไม่มีศัพท์เทคนิค และเห็นผลกับเรื่องเงินที่จับต้องได้ ส่วน คิด เร็วและช้า หนากว่าเท่าตัวและเป็นงานวิชาการ เหมาะเมื่อคุณอยากเข้าใจกลไกที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมเหล่านั้น
สองเล่มนี้พูดถึงเรื่องเดียวกันคือมนุษย์ตัดสินใจแย่อย่างเป็นระบบ แต่เข้าหาจากคนละทิศ เล่มหนึ่งเล่าผ่านเรื่องเงินด้วยภาษาชาวบ้าน อีกเล่มสรุปงานวิจัยตลอดชีวิตของนักจิตวิทยาที่ได้รางวัลโนเบล ความต่างของน้ำหนักและความหนาทำให้เลือกผิดลำดับแล้วมีโอกาสอ่านไม่จบสูง
เลือกเล่มนี้ถ้า
- คุณเพิ่งเริ่มสนใจเรื่องการเงินส่วนบุคคล
- คุณมีเวลาอ่านทีละสั้น ๆ ระหว่างวัน
- คุณอยากได้หลักคิดมากกว่าทฤษฎี
เลือกเล่มนี้ถ้า
- คุณอ่านหนังสือแนวนี้มาแล้วหลายเล่มและอยากไปให้ลึกกว่าเดิม
- งานของคุณเกี่ยวกับการตัดสินใจ นโยบาย หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์
- คุณไม่กลัวเล่มหนาและอ่านต่อเนื่องได้
เทียบทีละมิติ
| หัวข้อ | จิตวิทยาว่าด้วยเงิน | คิด เร็วและช้า |
|---|---|---|
| แนวทางการเขียน | เรื่องเล่าสั้น 20 บท จบในตัวเอง | งานวิชาการเรียบเรียงให้คนทั่วไปอ่าน |
| ความยาว | 288 หน้า อ่านราว 5 ชั่วโมง | 616 หน้า อ่านราว 16 ชั่วโมง |
| ระดับความยาก | อ่านง่าย ไม่มีสูตรคำนวณ | ต้องตั้งใจ แนวคิดซ้อนกันหลายชั้น |
| ขอบเขต | เจาะเรื่องพฤติกรรมทางการเงินโดยเฉพาะ | ครอบคลุมการตัดสินใจทุกด้านของชีวิต |
| นำไปใช้ได้ทันทีแค่ไหน | ได้หลักคิดที่ใช้ตัดสินใจเรื่องเงินได้เลย | ให้ความเข้าใจมากกว่าคำแนะนำปฏิบัติ |
| ข้อควรรู้ | ตัวอย่างเรื่องภาษีและเกษียณเป็นบริบทอเมริกา | งานทดลองบางส่วนโดยเฉพาะสาย priming มีปัญหาเรื่องการทำซ้ำในภายหลัง |
สรุป: ควรเลือกเล่มไหน
สำหรับคนส่วนใหญ่ให้เริ่มที่ จิตวิทยาว่าด้วยเงิน แล้วถ้าอ่านจบแล้วยังอยากรู้ว่าทำไมสมองถึงทำงานแบบนั้น ค่อยขยับไป คิด เร็วและช้า การอ่านสลับลำดับเป็นสาเหตุที่คนจำนวนมากอ่าน คิด เร็วและช้า ค้างอยู่แถวบทที่ยี่สิบแล้ววางไปเลย
คำถามที่พบบ่อย
คิด เร็วและช้า ยากเกินไปสำหรับคนทั่วไปไหม
ไม่ยากเกินไปในแง่ภาษา แต่ยากในแง่ความยาวและความหนาแน่นของแนวคิด ถ้าอ่านสามภาคแรกจบก็ได้แก่นสำคัญเกือบทั้งหมดแล้ว ภาคหลังเลือกอ่านเฉพาะหัวข้อที่สนใจได้
สองเล่มนี้เนื้อหาทับกันไหม
ทับกันบ้างในเรื่องอคติทางความคิด เช่น การกลัวขาดทุนมากกว่ายินดีที่ได้กำไร แต่ จิตวิทยาว่าด้วยเงิน เล่าผ่านกรณีจริงโดยไม่ลงชื่อทฤษฎี ส่วน คิด เร็วและช้า อธิบายกลไกและงานทดลองที่รองรับ
ถ้าอยากได้คำแนะนำการลงทุนจริง ๆ ควรอ่านเล่มไหน
ไม่ควรอ่านทั้งสองเล่มเพื่อจุดประสงค์นั้น ทั้งคู่ไม่ได้แนะนำสินทรัพย์หรือกลยุทธ์ใดโดยเฉพาะ ควรอ่านคู่กับหนังสือการลงทุนที่อ้างอิงบริบทภาษีและกองทุนของไทย