หนังสือพัฒนาตนเองเล่มแรก ควรเริ่มจากเล่มไหน
เขียนโดย พลอย ศิริวรรณ
บรรณาธิการบริหาร
เผยแพร่ · อัปเดต · อ่าน 5 นาที
หน้านี้มีลิงก์ไปยังร้านค้าพันธมิตร thisbook อาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยไม่มีผลต่อราคาที่คุณจ่ายและไม่มีผลต่อคะแนนรีวิว — อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สรุปสั้น
อย่าเริ่มจากเล่มที่ดังที่สุด แต่ให้เริ่มจากเล่มที่ตรงกับปัญหาของคุณตอนนี้ ถ้าปัญหาคือทำอะไรไม่ต่อเนื่อง ให้เริ่มที่ Atomic Habits ถ้าปัญหาคือสมาธิถูกงานขัดจังหวะ ให้ข้ามไป Deep Work และถ้าอยากเริ่มจากเรื่องที่เห็นผลจับต้องได้ ให้เริ่มที่หนังสือการเงิน
สรุปประเด็นสำคัญ
- เลือกตามปัญหา ไม่ใช่ตามอันดับขายดี
- เล่มแรกควรบางพอที่จะอ่านจบ
- หนังสือพัฒนาตนเองส่วนใหญ่มีแนวคิดหลักไม่กี่ข้อ ที่เหลือเป็นตัวอย่าง
- ถ้าอ่านสามเล่มแล้วรู้สึกว่าเนื้อหาเริ่มซ้ำ นั่นคือสัญญาณให้เปลี่ยนหมวด
หมวดพัฒนาตนเองเป็นหมวดที่มีหนังสือออกใหม่เยอะที่สุดและเนื้อหาซ้ำกันมากที่สุด คนที่เพิ่งเริ่มจึงมักจบลงที่การซื้อเล่มที่ดังที่สุดในร้าน ซึ่งไม่ได้แปลว่าเป็นเล่มที่เหมาะกับตัวเอง
เลือกตามปัญหา ไม่ใช่ตามอันดับ
หนังสือหมวดนี้แก้ปัญหาคนละอย่างกันชัดเจน การเลือกผิดข้อทำให้รู้สึกว่าอ่านแล้วไม่ได้อะไร ทั้งที่หนังสืออาจดีมากแต่ไม่ได้เขียนมาเพื่อปัญหาของคุณ
| ปัญหาที่เจอ | ควรเริ่มที่ | เพราะ |
|---|---|---|
| ตั้งเป้าแล้วทำได้ไม่ถึงเดือน | Atomic Habits | ให้ขั้นตอนสร้างนิสัยที่ลงมือทำได้ทันที |
| ทำงานทั้งวันแต่ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน | Deep Work | โฟกัสที่คุณภาพของเวลา ไม่ใช่ปริมาณ |
| อยากเริ่มจัดการเงินแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน | จิตวิทยาว่าด้วยเงิน | บทสั้น อ่านง่าย ไม่มีสูตรคำนวณ |
| กลัวล้มเหลวจนไม่กล้าเริ่ม | Mindset | จัดการที่ความเชื่อก่อนพฤติกรรม |
| รู้สึกว่างเปล่าทั้งที่ชีวิตครบ | อิคิไก | ชวนถอยมามองว่าทำไปเพื่ออะไร |
เล่มแรกควรบาง
เหตุผลเดียวกับที่เราเขียนไว้ในบทความเรื่องอ่านไม่จบ คือการได้อ่านจบสักเล่มมีผลต่อความมั่นใจมากกว่าที่คิด ถ้าเล่มที่ตรงกับปัญหาของคุณหนาเกิน 350 หน้า ลองหาเล่มที่ครอบคลุมเรื่องเดียวกันแต่บางกว่ามาเป็นเล่มเริ่ม
อ่านไปสักพักจะเริ่มเจอเนื้อหาซ้ำ
หนังสือพัฒนาตนเองส่วนใหญ่มีแนวคิดหลักไม่กี่ข้อ ส่วนที่เหลือของเล่มคือตัวอย่างและกรณีศึกษาที่ทำให้แนวคิดนั้นน่าเชื่อ เมื่ออ่านไปสามถึงห้าเล่มคุณจะเริ่มเห็นว่าแนวคิดวนกลับมาที่เดิม
นั่นไม่ใช่เรื่องแย่ แต่เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาขยับไปหมวดที่ลึกกว่า เช่น จิตวิทยาเชิงวิชาการ หรือเปลี่ยนไปอ่านหมวดอื่นไปเลยสักพัก
฿522
16%฿620
คิด เร็วและช้า
Daniel Kahneman
฿315
ค้นหาความหมายในครึ่งหลังของชีวิต
James Hollis
สองเล่มนี้เป็นตัวอย่างของการขยับไปหมวดที่ลึกกว่า เล่มแรกไปทางงานวิจัยเรื่องการตัดสินใจ ส่วนเล่มหลังไปทางจิตวิเคราะห์และคำถามเรื่องความหมายของชีวิต ทั้งคู่หนักกว่าหนังสือพัฒนาตนเองทั่วไปพอสมควร
ชุดเริ่มต้นที่เราคัดไว้
เราจัดชุดห้าเล่มแรกสำหรับคนเพิ่งเริ่มไว้แล้ว เรียงตามปัญหาไม่ได้เรียงตามความดัง ทุกเล่มมีฉบับแปลไทยและไม่เกิน 350 หน้า
฿259
Atomic Habits เพราะชีวิตดีได้กว่าที่เป็น
James Clear
฿229
Deep Work ดำดิ่งสู่ห้วงลึก
Cal Newport
฿232
16%฿275
จิตวิทยาว่าด้วยเงิน
Morgan Housel
฿255
Mindset ใช้ความคิดเอาชนะโชคชะตา
Carol S. Dweck
฿165
อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่
Héctor García
คำถามที่พบบ่อย
หนังสือพัฒนาตนเองได้ผลจริงไหม
ได้ผลเท่าที่เอาไปลงมือทำ งานวิจัยเรื่องพฤติกรรมชี้ว่าการอ่านอย่างเดียวเปลี่ยนพฤติกรรมได้น้อยมาก สิ่งที่สร้างความต่างคือการเลือกหนึ่งเทคนิคจากเล่มแล้วลองทำต่อเนื่องสองสัปดาห์
ควรอ่านกี่เล่มถึงจะพอ
ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ถ้าอ่านเล่มที่สามแล้วเริ่มรู้สึกว่าเนื้อหาซ้ำกับสองเล่มแรก นั่นคือสัญญาณว่าได้แนวคิดหลักของหมวดนี้ครบแล้ว ควรขยับไปหมวดที่ลึกกว่าหรือลงมือทำจริงจังแทน
หนังสือแนวนี้ของนักเขียนไทยมีดีไหม
มี และมีข้อได้เปรียบตรงบริบทที่ตรงกับชีวิตคนไทยมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องการทำงานในองค์กรและการเงินส่วนบุคคลที่ระบบภาษีและกองทุนต่างจากต่างประเทศ
อ่านต่อ
อยู่ในหมวด จิตวิทยาพัฒนาตนเอง